Social Icons

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

น่ารู้คู่บ้าน เลือกเครื่องตัดหญ้าให้เหมาะกับการใช้งาน รับหน้าฝน



น่ารู้คู่บ้าน เลือกเครื่องตัดหญ้าให้เหมาะกับการใช้งาน รับหน้าฝน

ย่างเข้าเดือนพฤษภาคม เม็ดฝนก็เริ่มโปรยปรายช่วยให้ต้นไม้ดูชุ่มชื่นมากขึ้นเป็นข้อดีสำหรับคนรักการปลูกต้นไม้ดอกไม้ แต่สิ่งที่ตามมานอกเหนือจากความชุ่มฉ่ำก็คือความเขียวขจีของต้นหญ้าและวัชพืชต่างๆ ที่ดูจะโตเร็วยิ่งกว่าซะอีกด้วย ทำให้มีความจำเป็นต้องตัดหญ้ากันบ่อยครั้ง สำหรับบางบ้านที่มีแผนจะหาเครื่องมือตัดหญ้ามาไว้ใช้งาน วันนี้มีเครื่องตัดหญ้าแบบต่างๆ มาให้เลือกค่ะ

ก่อนอื่นต้องพิจารณาถึงลักษณะของสวนหรือพื้นที่ที่เราจะนำมาใช้งาน ว่าเป็นสวนเล็กๆ บนระเบียง สวนหย่อมขนาดย่อมๆ ในทาวน์โฮม หรือสวนกว้างหน้าบ้านเดี่ยวเป็นสนามฟุตบอลขนาดเล็กสำหรับเด็กๆ เรื่องขนาดของสวนจะบอกเราได้เลยว่าอุปกรณ์ในการดูแลสวนหรือเครื่องตัดหญ้าที่เราจะเลือกใช้ควรเป็นแบบใด เพื่อจะได้เลือกถูกว่าควรเป็นเครื่องตัดหญ้าแบบเล็ก ใหญ่ ใช้น้ำมัน หรือไฟฟ้า เพื่อจะได้ช่วยให้เราประหยัดทั้งเวลาและแรงงาน รวมถึงลักษณะพื้นที่ในสวน เป็นเนิน เป็นหลุม ลักษณะของหญ้าที่ปลูก หญ้านวลน้อย หญ้ามาเลย์ หญ้าญี่ปุ่น เพื่อจะได้เลือกชนิดของใบมีดให้เหมาะสม

เครื่องตัดหญ้าแบบใช้แรงคนเข็น    
   เป็นแบบที่ประหยัดที่สุดเพราะไม่ต้องใช้เชื้อเพลิง แต่เป็นเครื่องที่ใช้คนเข็นแล้วใบมีดแบบโรตารี่ก็ทำการตัดหญ้าไปตามแรงเข็น หรือบางคนก็นำมาต่อกับจักรยานปั่นตัดหญ้าไปรอบๆ สนาม ใช้งานได้ดีกับพื้นที่เล็กๆ ที่ราบเรียบ เป็นหญ้าที่ปลูกเพื่อความสวยงาม แต่ใบมีดของเครื่องชนิดนี้จะสึกง่าย ลับคมไม่ได้ ถ้าจะเปลี่ยนอะไหล่ก็ราคาสูง อายุการใช้งานไม่ยาวนานนัก

เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายบ่า   
  เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีต้นหญ้าขึ้นสูง หรือในจุดที่เข้าถึงยาก ส่วนใหญ่จะถูกใช้สำหรับในสวน ไร่ นา ที่มีหญ้าขึ้นรกสูง เช่นพวกหญ้าคา วัชพืชต่างๆ ใช้ได้ในพื้นที่ๆ ไม่เรียบ ด้วยกำลังของเครื่องแบบ 2 จังหวะและ 4 จังหวะใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมัน ใช้ได้กับการตัดหญ้าแทบทุกประเภท แต่ตัวเครื่องจะมีน้ำหนักมาก และเสียงดัง ใช้ยากกว่าแบบรถตัดหญ้า การใช้งานต้องมีความเชี่ยวชาญมากทีเดียว หากใช้ไม่เป็นอาจทำให้เกิดอันตราย จึงต้องมีอุปกรณ์เสริมอย่างแว่นนิรภัยไว้สวมใส่ระหว่างทำงานด้วย

 เครื่องตัดหญ้าแบบรถเข็นไฟฟ้า  
   เป็นแบบที่นิยมใช้กันทั่วไป เพราะสะดวกทั้งเรื่องการใช้งาน เรื่องของพลังงานที่เป็นแบบไฟฟ้า ไม่ยุ่งยากในการดูแลรักษา แค่เสียบปลั๊กก็พร้อมใช้งาน เสียงไม่ดังมาก ผู้หญิงก็สามารถใช้งานได้สะดวก เวลาใช้งานเพื่อให้ตัดหญ้าได้เรียบและเบาแรงควรแบ่งการตัดออกเป็นสองระดับ จะช่วยให้ตัวเครื่องไม่ดับหรือน็อคเมื่อเจอหญ้าสูงและหนา

ข้อดีของเครื่องตัดหญ้าแบบไฟฟ้า  
   คือ ใช้งานสะดวก มีเสียงเบา ไม่เกิน 96 เดซิเบล ไม่มีมลพิษทางอากาศ ดูแลรักษาทำความสะอาดง่าย เพียงล้างหญ้าที่ติดออกให้หมด ชโลมน้ำมันในส่วนที่เป็นโลหะ เช่น ใบมีดเพื่อยืดอายุการใช้งาน ก่อนนำเข้าเก็บ

ข้อเสียของเครื่องตัดหญ้าแบบไฟฟ้า  
   คือ ระยะความยาวในการตัดหญ้านั้นจำกัดตามความยาวของสายไฟ ซึ่งมักมีความยาวอยู่ที่ 10-20 เมตร ดังนั้นก็จะเหมาะกับสนามที่มีขนาดกว้างไม่เกินนี้ ถ้าเกินก็ต้องใช้ปลั๊กพ่วงซึ่งก็จะรุงรังไปอีก ต้องพักเครื่องทุก 15-30 นาที เพื่อไม่ให้มอเตอร์ไหม้ และมอเตอร์สำหรับเครื่องแบบไฟฟ้าจะไม่สามารถตัดหญ้าในสนามที่มีความชื้นสูงหรือเปียกได้ เพราะมอเตอร์เป็นแบบแปลงถ่าน ถ้าเจอความชื้นเครื่องก็จะไม่ทำงาน มอเตอร์ก็อาจจะเสียหายได้

 เครื่องตัดหญ้าแบบรถเข็นใช้น้ำมัน  
   ต้องบอกเลยว่าเป็นแบบที่นิยมกันมาก เพราะใช้งานได้สะดวกด้วยพลังการตัดหญ้าที่แรงกว่าแบบไฟฟ้า สามารถตัดหญ้าที่มีความหนามากได้ รวมถึงใช้งานได้ในสนามที่ชื้นและเปียก ตัดหญ้าในพื้นที่กว้างๆ ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพักเครื่อง จนกว่าน้ำมันจะหมดถัง

ข้อดีของเครื่องตัดหญ้าแบบใช้น้ำมัน  
   คือ เครื่องยนต์มีกำลังแรง ตัดหญ้าในสนามกว้างๆ ได้โดยไม่ต้องหยุดพัก ไม่ต้องกังวลเรื่องสายไฟ มีอะไหล่ครบสำหรับการซ่อมแซมในส่วนต่างๆ อายุการใช้งานยาวนาน 

ข้อเสียของเครื่องตัดหญ้าแบบใช้น้ำมัน  
   คือ ราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับเครื่องแบบไฟฟ้า เสียงดัง มีน้ำหนักมากและตัวเครื่องขนาดใหญ่ ไม่สามารถเก็บงานในมุมที่แคบหรือพื้นท่ีเป็นเนินได้ดีเท่ากับแบบไฟฟ้า เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หัวเทียน ไส้กรองอากาศ และถอดลับใบมีด 5-6 เดือนครั้ง และที่สำคัญต้องเตรียมน้ำมันให้พร้อมก่อนลงมือตัดหญ้า

 เครื่องตัดหญ้าแบบเอ็น  
   เป็นเครื่องแบบมือถือที่ใช้พลังงานไฟฟ้า มีเส้นเอ็นเหวี่ยงรอบแกนของมอเตอร์เป็นตัวตัดหญ้า กำลังการทำงานไม่แรงเท่ารถตัดหญ้าแบบไฟฟ้าหรือแบบใช้น้ำมัน ไม่เหมาะกับการตัดหญ้าในสนามที่กว้างมาก ใช้ได้กับการตัดหญ้าที่ปลูกเพื่อความสวยงามมากกว่าพวกวัชพืช สำหรับสนามขนาดย่อมๆ ไม่ใหญ่มากนัก สามารถใช้เครื่องแบบนี้ตัดหญ้าได้สบายในการเล็มหญ้าบริเวณขอบปูน ขอบรั้ว ที่รถตัดหญ้าเข้าไม่ถึง

อย่าลืมเรื่องถังเก็บหญ้า เพราะหากเลือกใช้เครื่องแบบไม่มีถังเก็บก็จะต้องเสียวเวลามากวาดเก็บหญ้าอีกรอบหนึ่ง

     สำหรับสนามหญ้าที่มีความลาดเอียง ควรเลือกใช้ถังเก็บหญ้าที่เป็นไนล่อน มีน้ำหนักเบา มองเห็นปริมาณของเศษหญ้าในถังเก็บได้ง่ายและระบายอากาศได้ดี ส่วนพื้นที่ราบสามารถใช้ถังเก็บหญ้าแบบพลาสติก Polypropylene (PP) ซึ่งมีความคงทนแข็งแรง ทำความสะอาดง่าย ยืดหยุ่น ทนทาน และน้ำหนักเบา ถอดล้างทำความสะอาดได้สะดวก




เรื่องต้องรู้ดูแลเครื่องตัดหญ้า

เครื่องตัดหญ้าแบบใช้ไฟฟ้า

    หลังการใช้งาน ควรทาน้ำมันในส่วนที่เป็นโลหะ อย่างบริเวณใบมีดเพื่อยืดอายุการใช้งาน เช็ดปัดเศษหญ้าด้วยผ้าแห้งสะอาด อย่าปล่อยให้หญ้าแห้งสะสมหนาจนเสียความคมของใบมีด และไม่ลืมม้วนเก็บสายไฟเข้าที่ ระวังอย่าให้สายหักงอเพราะลวดทองแดงข้างในอาจขาดได้

เครื่องตัดหญ้าแบบใช้น้ำมัน

    หมั่นตรวจเช็คและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ทำความสะอาดกรองอากาศด้วยการเป่าฝุ่น หรือล้างด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กับรถตัดหญ้า ไม่ควรใช้น้ำเปล่าล้างเพราะหากไม่แห้งน้ำจะกระเด็นเข้าไปในเครื่องทำให้เครื่องเสียหาย และควรทาน้ำมันในส่วนที่เป็นโลหะ และไม่ลืมเช็ดเศษหญ้า ไม่ให้สะสมจนหนาเกินไป

ไม่ลืมถามเรื่องการดูแลหลังการขาย...ควรเลือกแบรนด์ที่มี after sale service มีการรับประกันตั้ง 6 เดือน - 8 ปี แล้วแต่ยี่ห้อ ในส่วนนี้ต้องไม่ลืมที่จะถามพนักงานเป็นคำถามสุดท้ายด้วย 
ที่มา homepro

5 เหตุผลที่จะทำให้การฝึกโยคะ คุ้มค่าแก่การปูทางชีวิตสู่วัยเกษียณ

                                                 ทันตแพทย์ สมดุลย์ หมั่นเพียรกา


5 เหตุผลที่จะทำให้การฝึก “โยคะ” คุ้มค่าแก่การปูทางชีวิตสู่วัยเกษียณ โดย ทันตแพทย์ สมดุลย์ หมั่นเพียรการ 

เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประชากรวัยทำงานจำนวนไม่น้อยกำลังตื่นตัวกับการเตรียมตัวเพื่อปูทางชีวิตสู่วัยเกษียณอย่างมีคุณค่า คงจะดีไม่น้อยจะมีข้อคิดหรือแนวทางให้ได้ปฏิบัติตั้งแต่เนิ่นๆ คุณหมอสมดุลย์ หมั่นเพียรการ ทันตแพทย์หนุ่มวัย 42 ผู้หลงใหลในศาสตร์ของโยคะบำบัดจนกลายเป็นครูฝึกโยคะชื่อดังคนหนึ่งของเมืองไทย และอยู่ในวัยที่ถือว่าไม่เร็วเกินไปกับการเตรียมตัว จึงขอบอกเล่า 5 สิ่งที่จะทำให้การฝึก “โยคะ” คุ้มค่าแก่การปูทางชีวิตสู่วัยเกษียณ จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับ “โยคะ” มานานกว่า 10 ปี


1.  โยคะ เหมาะสำหรับทุกวัย

“โยคะเป็นกิจกรรมบริหารร่างกายที่ถือว่าเหมาะสมสำหรับผู้สูงวัยเป็นที่สุด ต่อให้คุณอายุ 70 ก็ยังทำโยคะได้ แม้จะออกกำลังกายบางประเภทไม่ได้เนื่องจากข้อจำกัดของร่างกายที่เสื่อมถอย โดยเฉพาะโยคะที่ประยุกต์ศาสตร์ของ Anatomy เข้ามาร่วมด้วยก็จะรองรับผู้ฝึกที่มีความแตกต่างและข้อจำกัดด้านร่างกายได้อย่างเหมาะสม เราเลยจะเห็นได้ว่ามีผู้สูงอายุมากมากที่บริหารร่างกายด้วยโยคะและยังคงมีสุขภาพที่แข็งแรง”

2.  โยคะ ช่วยปูทางให้ “ตายอย่างสงบและศพสวย”

“การอายุยืนอาจไม่ใช่เป้าหมายของผม แต่การมีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ตราบเท่าที่ยังหายใจดูจะเป็นสิ่งสำคัญ ผมคิดอยู่เสมอว่าอยาก “ตายอย่างสงบและศพสวย” ตายอย่างสงบคือไม่เป็นโรคร้าย ดูแลตัวเองได้และไม่เป็นภาระกับใคร ส่วนศพสวยนี่เพิ่งรู้สึกตอนไปปฏิบัติธรรมมา นั่นก็คือการละลดกิเลส ทำให้จิตตัวเองดีเพราะจะทำให้เราไปภพภูมิที่ดีเมื่อเราจากโลกนี้ไป โยคะเป็นสิ่งที่ประสานร่างกายและจิตใจให้เดินควบคู่กันไปอย่างสงบ โยคะยังเป็นเหมือนการเดินจงกรม ที่สร้างการตระหนักรู้ของร่างกายและจิตใจในเวลาเดียวกันขณะฝึก สามารถปูพื้นฐานที่ดีก่อนจะปฏิบัติธรรมได้”





3.  โยคะ ช่วยปรับร่างกายให้กลับสู่สมดุลอีกครั้ง


“เมื่อก่อนผมเป็นคนที่ทำอะไรเร็ว ใจร้อน โยคะทำให้ใจผมเย็นและสงบลง ร่างกายก็คลายความเจ็บปวด เหมือนเป็นการเตรียมกายและใจก่อนจะไปปฏิบัติธรรมได้อย่างดีเลยทีเดียว พอผมไปนั่งวิปัสสนา ผมสามารถนั่งสมาธิได้เป็น 10 ชั่วโมง โดยที่ร่างกายไม่เป็นอุปสรรคมากเท่าไหร่นัก ต่อให้มีเหน็บชา กล้ามเนื้อตึงปวด ใจเราจะรู้เท่าทันร่างกายว่าอาการนี้มาแล้วเดี๋ยวก็ไป ร่างกายมันไม่ได้เป็นอุปสรรคที่จะทำให้เราเข้าใจลมหายใจและจิตใจข้างใน เราสามารถก็จะอยู่กับอาการนี้ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันได้มากจากการปรับสมดุลร่างกายและใจด้วยโยคะมาก่อนหน้านี้”

4.  โยคะกับวัยทอง

“ในวัย 40 ก่อนจะเข้าสู่วัยทอง ร่างกายจะเริ่มมีการเสื่อมถอยอย่างเห็นได้ชัด บวกกับความเครียด โยคะจะทำให้สภาวะใจคลายและสงบ โยคะจึงเป็นเหมือนเครื่องมือที่ปรับกายและใจ   สำหรับวัยทอง   และผู้สูงอายุ โยคะสามารถบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับกระดูก หมอนรองกระดูก โครงสร้างกระดูกสันหลังอะไรพวกนี้ สามารถปรับสมดุลภายในร่างกายให้แก่ผู้หญิงที่เผชิญปัญหาจากอาการวัยทอง ในแง่ของระบบไหลเวียนเลือด ระบบหายใจ และระบบย่อยอาหาร ขณะที่สามารถปรับสมดุลเรื่อง Growth Hormones ให้กับผู้ชายวัยทองได้”  

5.  โยคะสร้างสังคมใหม่ 

“เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ดูเหมือนสังคมและคนรอบข้างจะลดน้อยถอยลงตามกาลเวลา การฝึกโยคะในวัยนี้จึงเป็นเหมือนการสร้างสังคมใหม่ๆให้ชีวิตอีกครั้ง ได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด สำหรับผมโยคะสร้างสังคมแห่งการเชื่อมโยงสิ่งดีๆ เข้าด้วยกัน เพื่อนร่วมคลาสโยคะกับผม พอรู้ว่าผมทำโครงการเพื่อเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ พวกเขาก็ไปจัดกิจกรรมโยคะเพื่อการกุศลเพื่อระดมทุนช่วยโครงการนี้ โยคะจึงเป็นเหมือนสื่อกลางที่ทำให้เราได้มาพบกันด้วย”

ท้ายสุด คุณหมอสมดุลย์ยังฝากเคล็ดลับในการฝึกโยคะด้วยอีกว่า สถานที่ก็เป็นสิ่งสำคัญซึ่งควรเป็นที่ๆอากาศถ่ายเทได้สะดวก สามารถรับเอาอากาศธรรมชาติเข้ามา อากาศไหลเวียนได้ดีก็จะช่วยการหายใจได้ดียิ่งขึ้นเนื่องจากโยคะเป็นเรื่องของการควบคุมลมหายใจ  หากเลือกได้การฝึกโยคะท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่มีความเป็นธรรมชาติก็อาจทำให้เราผ่อนคลายได้มากขึ้นเช่นกัน

เห็นได้ชัดว่าโยคะเป็นถึงยาอายุวัฒนะที่สามารถบำรุงรักษาร่างกายและจิตใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งในวัยกลางคนถึงผู้สูงวัยที่ต้องประสบกับความเสื่อมถอยของร่างกายและภาวะของใจที่เหนื่อยล้า โยคะดูจะเป็นเหมือนเครื่องมือวิเศษที่ช่วยสร้างสมดุลและเติมเต็มมิติของการใช้ชีวิตที่สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อหา ขอเพียงแค่เปิดใจและลองฝึกฝนดู

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

นักโบราณคดีเริ่มสำรวจพระพุทธรูปโบราณ ใต้อ่างเก็บน้ำในเจียงซี



นักโบราณคดีเริ่มสำรวจพระพุทธรูปโบราณ ใต้อ่างเก็บน้ำในเจียงซี

นักโบราณคดีเริ่มโครงการสำรวจใต้น้ำ หลังจากชาวบ้านในมณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน พบพระเศียรของพระพุทธรูปที่โผล่ขึ้นเหนืออ่างเก็บน้ำหงเหมิน (洪门水库) เขตหนานชาง เมืองฝูโจวตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เมื่อมีการปรับปรุงประตูโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ จึงส่งผลให้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำลดลงประมาณ 10 เมตร

ซวีจ่างชิง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยด้านโบราณคดีของมณฑลเผยว่า หากดูจากการออกแบบพระเศียร คาดการณ์ว่าพระพุทธรูปองค์นี้ถูกแกะสลักขึ้นเมื่อสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644) ซึ่งนอกจากนี้ ยังมีการค้นพบหลุมเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่แกะสลักตามหน้าผา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าที่แห่งนี้เคยมีวัดตั้งอยู่

ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำหงเหมิน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ทะเลสาบจุ้ยเซียน (醉仙湖) ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1958 สามารถเก็บน้ำได้ 1.2 พันล้านลูกบาศก์เมตร สถานที่นี้ซึ่งอยู่ภายในเมืองโบราณที่ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางขนส่งน้ำที่สำคัญระหว่างมณฑลเจียงซีกับฝูเจี้ยน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการค้าขายด้วย


ที่มา China Xinhua News












สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20



สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20
ตามที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2556 เป็นเหตุให้ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง บัดนี้ มีพระราชโองการโปรดสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) นามเดิม "อัมพร ประสัตถพงศ์" ป็นสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายธรรมยุติกนิกายปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม และแม่กองงานพระธรรมทูต

เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2470 ณ ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี โยมบิดาชื่อนายนับ ประสัตถพงศ์ โยมมารดาชื่อนางตาล ประสัตถพงศ์ ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่ 4 ตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อพ.ศ. 2480 ณ วัดสัตตนารถปริวัตรวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โดยมีพระธรรมเสนานี (เงิน นนฺโท) เป็นพระอุปัชฌาย์

ต่อมาได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 ณ พัทธสีมาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระจินดากรมุนี (ทองเจือ จินฺตากโร) เป็นพระกรรมวาจาจารย์

สามเณรอัมพร ประสัตถพงศ์ เคยไปอยู่จำพรรษาที่วัดตรีญาติ ต.พงสวาย เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2483 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี จากนั้น พ.ศ. 2484 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นโทและ พ.ศ. 2486 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก และสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค เมื่อพ.ศ. 2488 สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค

เมื่อ พ.ศ. 2490 ได้ย้ายมาอยู่จำพรรษา ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี นำมาฝากกับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) สกลมหาสังฆปริณายก

ภายหลังอุปสมบทเมื่อ พ.ศ. 2491 ศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักเรียนวัดราชบพิธฯ จน พ.ศ. 2491 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค และ พ.ศ. ๒๔๙๓ สามารถสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค

ต่อมา เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นนักศึกษารุ่นที่ 5 จบศาสนศาสตรบัณฑิต เมื่อปี พ.ศ. 2500 และได้เดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี (Banaras Hindu University) ประเทศอินเดีย จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2512 ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ปี พ.ศ. 2552 สภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ถวายศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพุทธศาสตร์
ปี พ.ศ. 2553 สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธรรมนิเทศ
ปัจจุบัน พ.ศ. 2560 เจ้าประคุณสมเด็จมีอายุ 89 ปี 68 พรรษา

ชาวอาร์เจนตินาสร้างสถิติลอยตัวบนผิวน้ำมากที่สุดในโลก



ชาวอาร์เจนตินาสร้างสถิติลอยตัวบนผิวน้ำมากที่สุดในโลก

ชาวอาร์เจนตินา 1,941 คน ร่วมกันสร้างสถิติโลกกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ด้วยการเกาะกลุ่มลอยตัวเป็นแพบนผิวน้ำโดยมีผู้ร่วมกิจกรรมมากที่สุดในโลก เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวท้องถิ่น

กิจกรรมนี้มีขึ้นที่ทะเลสาบน้ำเค็มเอเปแควน (Lake Epecuen) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงบัวโนสไอเรส เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้ร่วมกิจกรรมจับมือกันลอยตัวบนผิวน้ำอย่างพร้อมเพรียงกันเป็นเวลา 30 วินาที ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีความเค็มจัดส่งผลให้ผู้ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งนี้สามารถลอยตัวได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยใด ๆ


ที่มา BBC Thai


                                                   CGTN

ผู้ที่ทำงานอย่างหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ที่แท้จริงในประเทศไทย



ผู้ที่ทำงานอย่างหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ที่แท้จริงในประเทศไทย

อ้างอิงจากคำถวายพระพรชัยมงคล ของพลอากาศเอกหะริน หงสกุล ประธานรัฐสภา ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๒๓ (กรุงเทพมหานคร รัฐสภา ๒๕๒๓) หน้า ๔ – ๕ ความว่า

“...ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวไร่ชาวนา ถ้าเขามีข้าวมีปลาบริบูรณ์ บ้านเมืองก็สงบ แต่ถ้าเขาประสบความทุกข์ลำบาก ความยุ่งยากย่อมจะบังเกิด ...เพราะเกษตรกรผู้ยากจนต้องทำงานอย่าง “หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน” อยู่เดียวดาย

...ผู้ที่ทำงานอย่าง “หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน” ที่แท้จริงในประเทศไทย เคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาชนในชาติ ก็คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรานั่นเอง

พระปฤษฎางค์ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท หันสู่ฟ้าตลอดเวลา หากเทวดาให้ฝนตกไม่เพียงพอแก่การเพาะปลูก ก็จะทรงส่งฝนหลวงมาพระราชทาน หากฟ้าบันดาลให้ฝนตกมากเกินไป จนเกิดอุทกภัยน้ำท่วม ก็ทรงร่วมสร้างเขื่อนและคูคลองระบายน้ำจนเหือดแห้ง ทั้งยังทรงแบ่งที่ดินมหาศาลตามชานเมือง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมในอนาคตอีกด้วย





พระพักตร์ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทก้มลงสู่ดินตลอดเวลา ทอดพระเนตรดูว่าเกษตรกรของพระองค์มีความเป็นอยู่อย่างไร ดินที่เขาทำมาหากินมีพอหรือไม่ พืชชนิดใดควรเพาะปลูก เพื่อให้เหมาะแก่ลักษณะภูมิประเทศ...

ข้าพระพุทธเจ้าได้มีโอกาสเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินหลายประเทศ ได้สังเกตด้วยความประหลาดใจว่า ไม่มีพระราชวังไหนในโลก เหมือนพระตำหนักจิตรลดาที่เต็มไปด้วยบ่อเลี้ยงปลา และไร่นาทดลอง ผสมด้วยโรงสีและโรงงานหลายหลาก จึงพูดได้อย่างเต็มปากว่า ในประเทศไทยไม่มีช่องว่างระหว่างเกษตรกรกับพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงทำงานอย่าง “หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน” ด้วยพระองค์เอง...”


ขอบคุณที่มา Information Division of OHM





ชีวิตดี๊ดี บารัค โอบามา ลั้นลาหลังเกษียณ



ชีวิตดี๊ดี บารัค โอบามา ลั้นลาหลังเกษียณ

ว่างงานแล้วจะทำอะไรก็ได้สินะ "บารัค โอบามา" อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่หลังจากปลดเกษียณบอกลาตำแหน่งและทำเนียบขาวที่อยู่กับเขามาตลอด 8 ปี ใช้เวลาว่างไปกับการพักผ่อนอย่างสุขสำราญใจด้วยการเล่นไคท์เซิร์ฟ ที่เกาะส่วนตัวของเซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน แถบทะเลแคริบเบียน

เซอร์ริชาร์ด ระบุว่า ได้เชื้อเชิญนายโอบามาไปที่เกาะของเขาเป็นการส่วนตัว เพื่อให้อดีตผู้นำสหรัฐฯได้ "พักผ่อนอย่างเต็มที่"
ข้อมูลจาก BBC Thai / China Xinhua News 








                                             Richard Branson

เทศกาลหิมะที่ Sapporo เริ่มต้นแล้ว




เทศกาลหิมะ Sapporo ประเทศญี่ปุ่นเริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเทศกาลหิมะที่ Sapporo ครั้งที่ 68 นี้ จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 6 - 12 ก.พ. 2017

และนี่ภาพการแกะสลักน้ำแข็งในปีนี้ ทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กในบริเวณสวนสาธารณะ Odori ขนาดใหญ่ก็มีเช่น Starwar, ประตูชัย ที่ปารีส, วัด Koufuku-ji นารา ส่วนขนาดเล็กกฌมีทั้ง Trump หรืออย่าง PPAP ก็เห็นหลายอัน นอกนั้นก็เป็นการ์คูน เคเร็คเตอร์ต่าง ๆ


ที่มา World Walker























ยูเอ็นถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมของอาเซียน แด่พระองค์ภาฯ



ยูเอ็นถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมของอาเซียน แด่พระองค์ภาฯ

สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แด่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระราชธิดาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในวันนี้ (8 ก.พ.)

นายเจเรมี ดักลาส ผู้แทน UNODC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ ว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จะทรงช่วยส่งเสริมการปฏิรูประบบยุติธรรม ทั้งยังทรงสนพระทัยเป็นพิเศษในเรื่องเกี่ยวกับเรือนจำโดยเฉพาะประเด็นของผู้ต้องขังหญิง โดยพระองค์จะทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

"พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มิได้ทรงมองว่าพระองค์อยู่เหนือกฎหมาย ทั้งยังทรงมีความสนพระทัยในการช่วยผลักดันการปฏิรูประบบยุติธรรม" นายดักลาส กล่าว

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมีความสนพระทัยในด้านกฎหมายและตุลาการ โดยเมื่อปี 2555 พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำคณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา และเอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรีย

ก่อนหน้านี้ UNODC เคยทูลเกล้าถวายรางวัลกียรติยศสูงสุด Medal of Recognition จากการที่พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในงานด้านกระบวนการยุติธรรม อาทิ การจัดตั้งกองทุนพัชรกิติยาภาเพื่อการศึกษากฎหมาย การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โครงการกำลังใจในพระดำริฯ และโครงการจัดทำมาตรฐานผู้ต้องขังหญิง หรือ ELFI (เอลฟี) นอกจากนี้ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UNIFEM) ได้กราบทูลเชิญพระองค์เป็นทูตสันถวไมตรี ในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิงด้วย 

การประกาศแต่งตั้งครั้งนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นในนครเจนีวาวิจารณ์ไทยเรื่องการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่มีโทษจำคุกยาวนานต่อผู้ดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ด้านกระทรวงการต่างประเทศไทยยืนกรานว่ากฎหมายนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก
ที่มา BBC Thai

พฤติกรรมสุนัขสะท้อนบุคลิกเจ้าของ



พฤติกรรมสุนัขสะท้อนบุคลิกเจ้าของ

วารสารพลอสวัน (PLOS ONE) ตีพิมพ์รายงานการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ในออสเตรีย ที่บ่งชี้ว่าสุนัขเปรียบเสมือนกระจกเงาที่สามารถสะท้อนบุคลิกภาพของเจ้าของ และช่วยเจ้าของรับมือกับความเครียดในชีวิตได้

นักวิจัยในออสเตรียได้ศึกษาสุนัขกว่า 100 ตัว พร้อมเจ้าของของพวกมัน และพบข้อมูลบ่งชี้ว่าสุนัขสามารถสะท้อนอาการจิตตกและความคิดที่เป็นลบของเจ้าของได้ ขณะที่สุนัขซึ่งอยู่ในอารมณ์ผ่อนคลายและเป็นมิตรกับคนทั่วไปสามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกดังกล่าวให้กับเจ้าของของมันได้เช่นกัน และบางทีมันยังช่วยให้เจ้าของรับมือกับความเครียดในชีวิตได้ด้วย 

ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยประเมินผลโดยวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และวิธีการรับมือกับภัยคุกคามของทั้งสุนัขและเจ้าของ รวมทั้งนำตัวอย่างน้ำลายไปวัดปริมาณสารคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่บ่งบอกถึงระดับความเครียด

นอกจากนี้ยังให้เจ้าของทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ 5 มิติ คือ บุคลิกภาพแบบหวั่นไหว บุคลิกภาพแสดงตัว บุคลิกภาพเปิดรับประสบการณ์ บุคลิกภาพแบบประนีประนอม และบุคลิกภาพแบบมีจิตสำนึก ส่วนการประเมินบุคลิกภาพของสุนัข นักวิจัยก็ใช้แบบสอบถามโดยให้เจ้าของเป็นผู้ตอบ 

ดร.ไอริส โชเบิร์ล จากมหาวิทยาลัยเวียนนาบอกบีบีซีนิวส์ว่า ทั้งเจ้าของและสุนัขต่างมีอิทธิพลต่อกลไกในการรับมือกับความเครียดของแต่ละฝ่าย โดยมนุษย์จะมีอิทธิพลต่อสุนัขมากกว่า สุนัขเป็นสัตว์ที่มีประสาทความรู้สึกไวต่อสภาพอารมณ์ความรู้สึกของเจ้าของและมันอาจสะท้อนภาพดังกล่าวออกมาได้ 

สุนัขอยู่ร่วมโลกกับมนุษย์มานานกว่า 30,000 ปี หลักฐานที่ผ่านมาระบุว่าพวกมันสามารถรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของคน รวมทั้งปรับพฤติกรรมของมันให้สอดคล้องกับคนเหล่านั้น
ที่มา BBC Thai

ผู้สนับสนุนโฆษณาโดย


 
Blogger Templates